เปิดกลยุทธ์ "ยาพิษ (poison pill)" ขวางอีลอน มัสก์ เทกโอเวอร์ทวิตเตอร์
คณะกรรมการบริหารของทวิตเตอร์ใช้กลยุทธ์ “ยาพิษ (poison pill)” ซึ่งอาจทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเข้าเทกโอเวอร์กิจการของ อีลอน มัสก์
กลยุทธ์ "ยาพิษ (poison pill)" ประกาศออกมาในการแถลงข่าว โดยสงวนสิทธิสำหรับผู้ถือหุ้น ทวิตเตอร์ ยกเว้น อีลอน มัสก์ เข้าซื้อหุ้นของบริษัทเพิ่มได้ในราคาที่มีส่วนลดในระยะเวลาจำกัด เพื่อทำให้สัดส่วนของการเข้าถือหุ้นของ อีลอน มัสก์ ลดลง โดยหากผู้ซื้อหุ้นรายอื่นเข้าซื้อหุ้นของบริษัทมากกว่า 15% ขึ้นไปโดยที่ไม่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารของบริษัทนั้น ผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ ของทวิตเตอร์จะได้รับอนุญาตให้ซื้อหุ้นเพิ่มได้ในราคาที่มีส่วนลด
โดยครั้งล่าสุด อีลอน มัสก์ เสนอขอซื้อหุ้นทั้งหมดในทวิตเตอร์ ด้วยราคา 54.20 ดอลลาร์ต่อหุ้นซึ่งสูงกว่าราคาในตลาดถึง 38% ประเมินมูลค่าบริษัทฯอยู่ที่ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 1.4 ล้านล้านบาท ขณะที่สัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 9.6%
อีลอน มัสก์ เริ่มเข้าซื้อหุ้น ทวิตเตอร์ ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม เป็นต้นมา โดยใช้เงินทั้งหมด 2,600 ล้านดอลลาร์ หรือ 8.7 หมื่นล้านบาท ในการสะสม 73.1 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 9.1% ต่อมาในเดือน กุมภาพันธ์ ทวิตเตอร์ ได้ประกาศซื้อหุ้นคืน 37 ล้านหุ้น มูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 6.7 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้จำนวนหุ้นในตลาดลดลง และทำให้ อีลอน มัสก์ มีหุ้นในมือเพิ่มขึ้นเป็น 9.6% โดยไม่ต้องซื้อหุ้นเพิ่มแต่อย่างใด
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นความพยายามของคณะกรรมการบริหารทวิตเตอร์ ที่จะขัดขวางการเข้าเทกโอเวอร์อย่างไม่เป็นมิตร (Hostile Takeover) เพื่อลดสัดส่วนการเข้าถือครองหุ้นของบุคคลที่ต้องการเทกโอเวอร์กิจการ โดยจะลดโอกาสที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ๆ จะเข้าควบคุมทวิตเตอร์ผ่านการซื้อหุ้นสะสมในตลาด โดยที่ไม่ต้องจ่ายมูลค่าที่เหมาะสมของการเข้าควบคุมกิจการให้แก่ผู้ถือหุ้นทั้งหมด หรือไม่ให้เวลาที่เพียงพอแก่คณะกรรมการบริษัทในการตัดสินใจ และดำเนินการอย่างดีที่สุดเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และคาดว่า แผนการ ยาพิษ (poison pill) จะสิ้นสุดในวันที่ 14 เม.ย. 2566
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB